ก้าวแรก ของ
Work and travel
สวัสดีค่ะทุกคน
ฟ้า เป็นอีกคนนึง ที่มีโอกาสเข้าร่วมในโครงการ Work and travel กะชาวบ้านเค้า
?
ได้อะไรมาเยอะค่ะ สนุกสนาน เศร้า เคล้าน้ำตา
?
แล้วทีนี้ ฟ้า ก็อยากจะแชร์ประสบการณ์ดีดี กับทุกๆคนค่ะ
ใครมีข้อสงสัย ทิ้ง comment ไว้ เดี๋ยวฟ้าจะมาตอบนะคะ
?
เอาล่ะ
เรามาเริ่มกันที่
อะไร คือ
Work and travel
ทำงาน และเที่ยว ตรงตัวดีมั้ยคะ
?
ความหมายอย่างนี้แหละค่ะ เป๊ะๆเลย
แต่เรื่องของเรื่อง ว่าจะเที่ยวมากกว่า หรือทำงานมากกว่า ก็ว่ากันไปตามนิสัยของแต่ละคน
?
ไอ้วัตถุประสงค์สวยหรูที่แต่ละเอเจนซี่เอามาแปะๆ ให้ดูกันนั้น
แทบจะกล่าวได้ว่าเป็นเพียงเรื่องรองๆ ที่ ไอ้นักเรียนนักศึกษาอย่างเราๆนึกถึง
?
ไอ้เราๆนี่ ฟ้าหมายถึง ตัวฟ้าเองและเพื่อนๆที่รู้จักกันนะคะ
?
บ้างก็ว่า ไปฝึกภาษา
บ้างก็ว่า ไปหาเงิน ไปเที่ยว ไปช๊อปปิ้ง
?
ต่างคนก็ต่างเหตุผลค่ะ
?
แต่ในที่สุดแล้ว
?
ทุกคนก็มาเจอประสบการณ์ คล้ายๆกันบ้าง แตกต่างกันไปบ้าง รสชาติชีวิตค่ะ
?
เอาล่ะเกริ่นมาก็นานแล้ว
กลัวคนอ่านจะเบื่อ
?
มาเริ่มกันที่เรื่องเอเจนซี่แล้วกันนะคะ
?
เหตุผลที่เรา ต้อง ใช้เอเจนซี่ มันเนื่องมาจาก เราต้องการผู้ประสานงาน ในการออกเอกสารตัวนึง คือ DS2019 มันคือเอกสาร ที่บอกรายละเอียด
ว่าเราไปทำงานที่ไหน ระยะเวลาเท่าไหร่
?
?
ซึ่งจะช่วยในการ ขอวีซ่า ประเภท J1นั่นเองค่ะ
?
เอาล่ะๆ
ทีนี้ ถึงคราวเอเจนซี่ จะถูกแฉ
ใช้คำซะเว่อร์เลย
จริงๆไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่ วิธีดีดี ที่จะเลือกเอเจนซี่เท่านั้นเอง
?
จากที่ฟ้าเจอมาเนี่ย
เอเจนซี่ไหนๆก็คล้ายๆกันค่ะ
?
แตกต่างกันไปตรงค่าธรรมเนียม(บางที่ถูก บางที่แพง) ค่าสัมภาษณ์(บางที่คืนเงินบางส่วนถ้าเราไม่ได้งาน บางที่ไม่คืน
)
?
สถานที่สัมภาษณ์? ที่ทำงานที่รองรับ ตำแหน่งงาน ค่าจ้างหรือ Rate ชั่วโมงที่ได้
?
?
ส่วนเรื่องเกี่ยวกับการช่วยเหลือเวลามีปัญหานี่ ขอบอกว่า เอเจนซี่ไหนก็เหมือนๆกัน
คือ ช่วยอะไรไม่ได้มาก หลังจากที่เราไปทำงานงกๆ อยู่ที่เมกาแล้วเกิดปัญหา ช่วยตัวเอง พึ่งตัวเองเท่านั้นค่ะ
?
แรกของแรกสุด ดู comment ของเอเจนซี่นั้นๆ จากคนที่เคยไปมาก่อน
แล้วเลือกดูเอเจนซี่ที่ไม่มีปัญหาลอยแพเด็กนะคะ
?
ขั้นแรก ฟ้าแนะนำว่าสนใจเอเจนซี่ไหน โทรไปคุยเลยนะคะ โทรไปถามจนพอใจ อยากรู้อะไรถามให้หมด
?
จังหวะนี้ เราต้องแสดงท่าทีสนอกสนใจให้มากๆเข้าไว้ เพราะในระหว่างนี้ เราจะสามารถดูดข้อมูลจากพวกเข้า แถมตีสนิทพี่ๆไว้ได้
?
อดทนทำอย่างนี้ กับเอเจนซี่ทุกๆเอเจนซี่ที่เราสนใจนะคะ
คำเตือน:อย่าหลงเชื่อ คำพูดประเภท มีงานนี้ๆๆๆๆอยู่ แต่ต้องสมัครเลยตอนนี้เท่านั้นนะคะ มันจะหมดเขตแล้ว บลา บลา บลา
หรือไม่ก็ สมัครตอนนี้มีส่วนลดเท่านี้ๆๆๆ นะคะ
?
?
เนื่องจาก การตัดสินใจที่เร็วเกินไปจะนำมาซึ่งความเสียใจในภายหลังค่ะ
?
แนะนำอีกอย่าง ถามเสร็จแล้ว อย่าพยายาม ให้เบอร์โทรศัพท์ไปนะคะ เพราะเพื่อนฟ้าเจอมาแล้ว แบบที่เรียกว่าตื๊อสุดๆค่ะ
?
โทรมาเช้ากลางวันเย็น น้องคะ ตกลงสมัครมั้ยคะ รีบมานะคะ ตำแหน่งงานนี้มีคนอยากได้เยอะ เดี๋ยวจะไม่ทัน บลาๆๆ
?
น่ารำคาญดีพิลึกค่ะ
?
ขั้นที่สอง ดู ตำแหน่งงาน ดู ค่าจ้าง ค่าเช่าที่พัก ดู tax ที่ต้องจ่ายดีดี ดูดีดีนะคะ ย้ำมากๆ
เพราะบางที่ Rate สูงก็จริง แต่ ค่าที่พักโหดร้ายมากๆ ถ้า 70$ ขึ้นไปนี่ คิดหนักๆหน่อยนะคะ
?
?
(แอบบอก:ที่ Cedarpoint ค่าที่พัก อาทิตย์ละ 20$ค่ะ ขอบอก ที่พักสบายมากๆ
)
?
ตำแหน่งงานนี่ คิดหนักๆนะคะ เลือกเอาที่คิดว่า จะทนอยู่กับมันได้สามเดือนแน่ๆ หรือ ไม่ก็เลือกเอาที่ พอไหวที่สุดนั่นเอง
?
ส่วน ที่ทำงาน ดูดีดี วางแผนดีดี นะคะ ว่าถ้าเราอยู่ที่นี่ จะไปเที่ยวไหนได้บ้าง อันนี้ค่อนข้างเป็นเรื่องสำคัญ เพราะ มีผลกับค่าใช้จ่ายเพื่อการเดินทางในการท่องเที่ยวมากทีเดียว
จะรัฐไหน อะไรยังไง ศึกษา ภูมิประเทศ ภูมิอากาศด้วยนะคะ
?
ต่อไป ก็น่าจะ ถึงตอนที่สมัครจริงๆแล้วล่ะ เอ๊ะ
หรือเค้าจะไม่ให้ข้อมูลพวกนี้ก่อนสมัครหว่า
ยังไง ลองถามเพื่อนๆดูก่อนก็ดีนะคะ ก่อนสมัคร
?
?
ฟ้าแนะนำว่าโทรไปถามด้วยตัวเองนี่แหละ ดีสุดแล้ว เพราะรู้อะไรจากใครก็ไม่เท่าได้ยิน ได้ฟังจากหูตัวเองค่ะ
?
จากนั้น หลังจากที่เลือกเอเจนซี่ ตกลงปลงใจ หรือเรียกอีกอย่างว่าหลวมตัวไป “สมัคร“กะเค้าแล้ว
ก็จะมีการสัมภาษณ์ ไม่ก็ สอบข้อเขียน แต่ส่วนใหญ่แล้ว ที่แน่ๆ ก็สัมภาษณ์ค่ะ
?
?
สัมภาษณ์ ก็จะถามรายละเอียด เกี่ยวกับ
ตัวคุณเอง ครอบครัว กิจกรรมที่เคยทำ
งานที่เลือก ความสามารถที่มี ความคาดหวังเกี่ยวกับงาน แล้วก็บอกว่า งานหนักนะ ไหวเหรอ
สำหรับบางที่ จะสัมภาษณ์ ก่อนเลือกงาน บางที่ก็สัมภาษณ์หลังเลือกงาน แตกต่างกันไป
แต่คำถามก็จะประมาณนี้
?
?
หลังจากที่ผ่านสัมภาษณ์ช่วงนี้ เราควรจะได้ ตำแหน่งงานและสถานที่ที่แน่นอนแล้ว
ดังนั้น กรุณาหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่จะไปทำงานไว้บ้าง
เพราะจะถูกถามแน่ๆ ตอนทำวีซ่าค่ะ
(คงไม่ต้องบอกนะว่าหายังไง อิอิ
)
?
จากนั้นก็จะมีการเซ็นสัญญา อะไรก็ว่าอันไป อ่านดีดีนะเฟ๊ยยยยย อย่ามักง่ายเซ็นไปเฉยๆ ซะงั้น เดี๋ยวจะโวยวายอะไรไม่ออกนา
?
ช่วงนี้ ก็จะมีการจ่ายเงินค่าธรรมเนียมโครงการ เท่าไหร่ก็ว่ากันไป ตามความพอใจของเอเจนซี่
เห้อ
?
เบื่อจริงๆ จ่ายตังๆ
?
ต่อมา ก็เป็นการสัมภาษณ์วีซ่า
ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกน๊า
ก็คำถามง่ายๆ
เรียนที่ไหน จะไปทำไม ไปทำอะไร ไปที่ไหน
?
จะไปเที่ยวไหนแล้ว
……
?
Enjoy ur trip!!!
?
เว้ยยย ทำไมมันง่ายจังวะ Stateม้ง Statement ไม่ดูซักแอะ
?
งอล ชิๆๆๆ ปล่อยให้เรา กังวลตั้งนาน
?
เรื่องของเรื่องมันอยู่ที่ สถานฑูตเค้าดูแค่ว่า คุณมีความผูกพันกับประเทศไทย ยังไงๆ ต้องซมซานกลับไทยแน่ๆ
?
ในที่นี้ ก็คือ เรายังมีภาระผูกพันในการเรียนอยู่นั่นเอง
?
เกรดเฉลี่ยอาไรก็ไม่ดู เชอะส์
…
?
แอบบอกว่า คุณBOokz ได้วีซ่า โดยใช้ Statement ที่มีเงินในบัญชี แค่ 15,000 บาทไทย
อ่านถูกแล้วค่ะ หนึ่งหมื่นห้าพันบาทร้อยถ้วนนี่เอง
?
เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกังวลนะคะ ว่าจะ ไม่ผ่านเพราะ
Statement
?
เอาล่ะ ทีนี้ พอเราได้ วีซ่ามาแล้ว
ก็จองตั๋วเครื่องบิน
?
?
กำหนดวันไว้ให้ดี เผื่อเที่ยวให้เรียบร้อย เพราะมาเปลี่ยนตั๋วเปลี่ยนวันไม่ใช่เรื่องสนุก
ยิ่งถ้าจะเปลี่ยนใกล้ๆวันเดินทางยิ่งแล้วใหญ่ หาตั๋วยากนะคะ ขอบอก
?
ฟ้า จนหง่ะ ตอนไป ก็เลยไปกะ EVA ไม่มีปัญญาจะไปกะการบินไทยไฟลท์ บินตรงไปเมกา
?
แต่ก็อ่ะนะ
?
ประทับใจมากๆ คงมาจาก การที่เรา คาดหวังไว้น้อยมาก คือ คิดแค่ว่านั่ง แล้วไม่ปวดหลังก็โอเคแระ
แต่ที่เจอมาก็ สบายมากๆ แอร์น่ารัก ใจดี เทคแคร์ดี อาหารอร่อย หนังน่าดู ได้ใจอิชั้นไปเต็มๆ
?
(แอบบอก:ฟ้าแอบนึกถึง เรื่องที่เรียนไปใน marketing อ่ะ ที่เค้าบอกว่า Experience-Expectaion = Satisfaction เอ่อ ใช่ป่าววะ เอาน่า ประมาณนี้แหละ
)
ก็ ฟ้า คาดหวังไว้น้อย แต่ได้ประสบการณ์ดีดี เลยพอใจมากหน่อย
?
?
วู๊ ไปไกลแล้วอิชั้น
?
กลับมาๆ ต่อเรื่อง ตั๋วเครื่องบิน
?
ไฟลท์ภายในประเทศเมกาเนี่ย มีเยอะมาก หาดีดี กะเวลาเปลี่ยนเครื่องดีดี เพราะไฟลท์ International ส่วนใหญ่ จะไม่เลทเลยนะคะ
อย่างมากสุดๆที่ฟ้าเจอก็ สิบห้านาที เนี่ย เลทแล้วจริงๆนะ ขอบอก
?
จะเลือกสายการบินอะไร ก็แล้วแต่กำลังทรัพย์ค่ะ แต่แอบเม๊าท์ ว่าแอร์ สจ๊วต คนเมกัน ไม่น่ารักเรยอ่ะ ให้ตายเหอะ
เอเชียนี่ เจริญหูเจริญตากว่ามากมาย แต่ Service ก็งั้นๆอ่ะ ก็ฟ้าบินกับ? Continental อ่ะ โคตรจะไม่ประทับใจเลย
ผิดหวังอย่างแรง ? Serviceไม่เลวร้าย แต่เทียบ นกแอร์ของไทยยังไม่ได้เลย นี่ขนาดระยะเวลาแค่ 5-6 ชม.นะ แทบตาย ทรมานจริงๆ
?
ต่อมา
ทีนี้ เอเจนซี่จะเรียกไปปฐมนิเทศ อยากรู้อะไรก็ถามให้แน่ใจเถอะค่ะ ขอเบอร์ติดต่อของศูนย์ช่วยเหลือที่โน่นไว้ด้วย
ถ้ามีคนไปส่งถึงที่ ก็ดีนะ แต่ขอบอกว่าเฉพาะบางเอเจนซี่เท่านั้นแหละ
?
แต่ไปคนเดียว เคว้งคนเดียว มั่วคนเดียวก็สนุกนะขอบอก
?
สุดท้ายก็ เดินทางไป
?
ก่อนเดินทางไป ฟ้าแนะนำสุดๆ ว่าให้หัดทำมาม่า ทำอาหารง่ายๆกันตาย กันหิวไว้บ้าง
?
ฟ้า พอทำเป็นอยู่บ้าง เลยรอดตัวไป หาเพื่อนได้จากการทำอาหารไทยนี่ล่ะ
?
อาหาร เครื่องปรุงที่แนะนำอย่างยิ่งให้เอาไป คือ น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง พวก แมกกี้ ภูเขาทอง คนอร์ก้อน คนอร์ผง น้ำพริกเผา ปลากระป๋อง
ซอสหอยนางรม มาม่า เอาพอดีๆ ไม่ต้องเยอะมาก อย่ากินแต่มาม่า เดี๋ยวจะผอมหัวโตเอาเปล่าๆ ไม่ดีค่ะ
?
อย่าลืมยา โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว อย่างฟ้าเป็นภูมิแพ้ และ ปวดประจำเดือนอยู่ทุกๆเดือน ก็พก พาราเซตามอลไปนิดหน่อย กับ พอนสเตนอีกอัน
?
ที่เหลือ ก็ยาทั่วๆไปค่ะ ถ้าจะพกติดตัว แบ่งใส่กล่องเล็กๆ ขึ้นเครื่อง ควรจะมี ชื่อยา และสรรพคุณเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะคะ
?
?
อะไรอีก อ๋อ เสื้อผ้า เอาไปน้อยๆ เถอะค่ะ
?
รองเท้าผ้าใบ ใส่เดินแบบทรหดซักคู่ รองเท้าแตะสบายๆทนๆ ซักคู่
?
?
อย่าลืม เช็ค ยูนิฟอร์มที่ต้องใส่นะคะ ว่าต้องใส่รองเท้าสีอะไร เพราะซื้อไปจากที่ไทย ถูกกว่าแน่นอนค่ะ
?
สุดท้ายก็คงเป็น เงินสด ที่ควรจะมีติดตัว
?
?
แอบบอกว่า ฟ้าเอาไปแค่ 300$ เองหล่ะ ใช้อยู่นานมาก เป็นเดือนเลย ทั้งๆที่ซื้อ อาหารสด อาหารแห้ง อะไรต่อมิอะไรไปเยอะ
?
สบู่ แชมพู ไม่ต้องเอามานะ หนักเปล่าๆ เอาขวดเล็กๆ จิ๋วๆมาก็พอค่ะ แล้วค่อยไปเลือกเอาที่ supermarket เพราะมีให้เลือกเยอะมากกกกกจริงๆ
?
เอาล่ะๆ ได้เวลาเดินทางแล้ว อย่าลืมพาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบิน เอกสารเกี่ยวกับงาน นะคะ เช็คไว้คืนนึงก่อนเดินทางนะ เดี๋ยวสาย เครื่องบินไม่รอจริงๆนะคะ
?
?
?
?
เหนื่อยแล้ว วันนี้ หมดแรงพิมพ์แล้วค่ะ
เอาเป็นว่าฟ้าจะมาเล่าต่อตอนหน้า เกี่ยวกับครั้งแรกที่เหยียบย่างลงไปในดินแดนแห่งเสรีภาพ
?
ติดตามตอนต่อไปนะคะ
?
?
?